ตอบ โปรแกรมพิเศษขนาดเล็กที่ให้คอมพิวเตอร์ติดต่อและควบคุมอุปกรณ์ได้ ดีไวซ์ไดรเวอร์ต้องการนำมาใช้เพื่อควบคุมอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เมาส์ โมเด็ม ไดร์ฟซีดีรอม เป็นต้น เพราะตัวคอมพิวเตอร์เองทำไม่ได้ ระบบปฏิบัติการแต่ละระบบจะมีชุดดีไวซ์ไดรเวอร์มาตรฐานสำหรับแป้นพิมพ์ มอนิเตอร์ และอื่นๆ แต่ถ้าใส่อุปกรณ์ต่อพ่วงพิเศษเข้าไป เช่น ไดร์ฟซีดีรอม หรือแผ่นวงจรเชื่อมเครือข่าย (NIC) เราอาจจะต้องเพิ่มดีไวซ์ไดรเวอร์เข้าไป เพื่อให้ระบบปฏิบัติการรู้วิธีจัดการกับอุปกรณ์ดังกล่าว คำนี้นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ไดรเวอร์
โปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์ (Device Manager)
โปรแกรมดีไวซ์เมเจอร์ เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฎิบัติการ Windows XP ทำหน้าที่จัดการดีไวซ์ไดรเวอร์ของระบบปฎิบัติการ เช่น
- ตรวจสอบได้ว่าฮาร์ดแวร์ของเครื่องทำงานได้เป็นปกติหรือไม่
1. การเรียกใช้งานโปรแกรมดีไวซ์ เมเนเจอร์ (Device Manager)
1.1 คลิ๊กขวาที่ My Computer แล้วเลือกรายการ Manage

1.2 ในโปรแกรม Computer Management ให้คลิ๊กไอคอน Device Manager ที่อยู่ทางซ้ายมือ

2. การดูข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์
สิ่ง แรกที่เรามักจะทำก่อนแก้ปัญหาเกี่ยวกับดีไวซ์ไดรเวอร์ คือการสำรวจตรวจสอบข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ ซึ่งมีขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้
2.1 เรียกใช้งานโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์ (ตามข้อ 1)
2.2 โปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์จะแสดงข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ในหลายรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในมุมมองตามชนิดของฮาร์ดแวร์ ( by Device Type) โครงสร้างต้นไม้โดยระดับแรกที่ต่อจากเครื่องจะแสดงประเภทของฮาร์ดแวร์ ขณะที่กิ่งที่อยู่ระดับถัดไป(แสดงได้โดยกดเครื่องหมาย +) ที่อยู่ข้างหน้า จะเชื่อมไปยังดีไวซ์ไดรเวอร์ของอุปกรณ์นั้นอีกที

2.3 ให้คลิ๊กขวาที่ดีไวซ์ไดรเวอร์ แล้วเลือกรายการ Properties

ท่าน จะพบกับรายละเอียดของดีไวซ์ไดเวอร์ ภายในแท็บต่างๆ เช่น General ,Driver ,Detail Resource เป็นต้น(แท็บเหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามประเภทอุปกรณ์ด้วย)


2.4 หากดีไวซ์ไดรเวอร์เกิดปัญหาขึ้นจะแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นดังนี้
- เครื่องหมาย ! แสดงว่าดีไวซ์ไดรเวอร์มีปัญหา อาจเพราะติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์ผิดรุ่น หรือมีการกำหนดค่าต่างๆ ชนกันเอง

- เครื่องหมายกากบาทแดง แสดงว่ามีการปิดการใ้ช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ชั่วคราว

- เครื่องหมายคำถาม ? แสดงว่าอุึปกรณ์นั้นยังไม่ได้ติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์

โปรแกรมดีไวซ์เมเจอร์ เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฎิบัติการ Windows XP ทำหน้าที่จัดการดีไวซ์ไดรเวอร์ของระบบปฎิบัติการ เช่น
- ตรวจสอบได้ว่าฮาร์ดแวร์ของเครื่องทำงานได้เป็นปกติหรือไม่
- ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าฮาร์ดแวร์ต่างๆ
- ระบุรายละเอียดของดีไวซ์ไดรเวอร์ที่่ใช้งานอยู่
- ติดตั้งและยกเลิกการติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์
- หยุดหรือเริ่มใช้งานดีไวซ์ไดรว์เวอร์
- ตรวจสอบและระบุสาเหตุของปัญหาการใช้ทรัพยากรของฮาร์ดแวร์1. การเรียกใช้งานโปรแกรมดีไวซ์ เมเนเจอร์ (Device Manager)
1.1 คลิ๊กขวาที่ My Computer แล้วเลือกรายการ Manage

1.2 ในโปรแกรม Computer Management ให้คลิ๊กไอคอน Device Manager ที่อยู่ทางซ้ายมือ

2. การดูข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์
สิ่ง แรกที่เรามักจะทำก่อนแก้ปัญหาเกี่ยวกับดีไวซ์ไดรเวอร์ คือการสำรวจตรวจสอบข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ ซึ่งมีขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้
2.1 เรียกใช้งานโปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์ (ตามข้อ 1)
2.2 โปรแกรมดีไวซ์เมเนเจอร์จะแสดงข้อมูลของดีไวซ์ไดรเวอร์ในหลายรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในมุมมองตามชนิดของฮาร์ดแวร์ ( by Device Type) โครงสร้างต้นไม้โดยระดับแรกที่ต่อจากเครื่องจะแสดงประเภทของฮาร์ดแวร์ ขณะที่กิ่งที่อยู่ระดับถัดไป(แสดงได้โดยกดเครื่องหมาย +) ที่อยู่ข้างหน้า จะเชื่อมไปยังดีไวซ์ไดรเวอร์ของอุปกรณ์นั้นอีกที

2.3 ให้คลิ๊กขวาที่ดีไวซ์ไดรเวอร์ แล้วเลือกรายการ Properties

ท่าน จะพบกับรายละเอียดของดีไวซ์ไดเวอร์ ภายในแท็บต่างๆ เช่น General ,Driver ,Detail Resource เป็นต้น(แท็บเหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามประเภทอุปกรณ์ด้วย)


2.4 หากดีไวซ์ไดรเวอร์เกิดปัญหาขึ้นจะแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นดังนี้
- เครื่องหมาย ! แสดงว่าดีไวซ์ไดรเวอร์มีปัญหา อาจเพราะติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์ผิดรุ่น หรือมีการกำหนดค่าต่างๆ ชนกันเอง

- เครื่องหมายกากบาทแดง แสดงว่ามีการปิดการใ้ช้งานอุปกรณ์นั้นๆ ชั่วคราว

- เครื่องหมายคำถาม ? แสดงว่าอุึปกรณ์นั้นยังไม่ได้ติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์

2. วินโดส์ คืออะไร
ตอบ Windows คือ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ระบบหนึ่ง (operating system) สร้างขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เนื่องจากความยากในการใช้งานดอสทำให้บริษัทไมโครซอฟต์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Windows ที่มีลักษณะเป็น GUI (Graphic-User Interface) ที่นำรูปแบบของสัญลักษณ์ภาพกราฟิกเข้ามาแทนการป้อนคำสั่งทีละบรรทัด ซึ่งใกล้เคียงกับแมคอินทอชโอเอส เพื่อให้การใช้งานดอสทำได้ง่ายขึ้น แต่วินโดวส์จะยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการจริง ๆ เนื่องจากมันจะทำงานอยู่ภายใต้การควบคุมของดอสอีกที กล่าวคือจะต้องมีการติดตั้งดอสก่อนที่จะติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows และผู้ใช้จะสามารถเรียกใช้คำสั่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในดอสได้โดยผ่านทางWindows ซึ่ง Windows จะง่ายต่อการใช้งานมากกว่าดอส
ระบบปฏิบัติการ windows ใช้หลักการแบ่งงานเป็นส่วน เรียกว่า หน้าต่างงาน (windows) ที่แสดงผลลัพธ์แต่ละโปรแกรม ปัจจุบันมีการผลิตและจำหน่ายหลายรุ่น เช่น Windows XP , Windows Vista, Windows 7 เป็นต้น

Windows XP

Windows Vista

Windows 7
ข้อมูลอ้างอิง
http://www.thaiall.com
www.bsru.ac.th
http://a.1asphost.com
ตอบ ในปัจจุบันหากเราพูดถึงวิทยาการที่ล้ำยุคต่างๆแล้วคงจพต้องเจอกับคำๆนี้แน่นอน คำนั้นคือคำว่า "ปัญญาประดิษฐ์" สิ่งๆนี้มันคืออะไร แล้วมีความหมายและความสำคัญอย่างไร เรามาดูกัน
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)หรือ เอไอ(AI) หมายถึง ความฉลาดเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นให้กับสิ่งไม่มีชีวิต โดยปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีผลมาจากความก้าวหน้าทางวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมเป็นหลัก โดยมีศาสตร์ด้านจิตวิทยา ปรัชญา และชีววิทยาเป็นศาสตร์รอง โดยปัญญาประดิษฐ์นี้จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิด การกระทำ การให้เหตุผลการปรับตัว หรือการอนุมาน หรือพูดง่ายๆคือทำหน้าที่แทนสมองของคนเรานั่นเอง โดยสามารถจัดนิยามของเอไอได้ 4 แบบ
1. ระบบคิดที่เหมือนมนุษย์ (Systems that think like humans) คือจะมีการคำนวนวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์ว่าคิดอย่างไร
2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Systems that act like humans) ได้แก่ การสื่อสารด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ มีประสาทสัมผัสคล้ายมนุษย์ เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ มีความสามารถด้านการเรียนรู้และปรับตัว
3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Systems that think rationally) เช่น การใช้ระบบตรรกศาสตร์มาใช้ในการหาคำตอบ
4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (Systems that act rationally) คือ ระบบที่มีการคิดหาวิธีทางอย่างมีเหตุผลเพื่อให้บรรลุจุดหมายให้ได้
4. โคลด์บูท และ วอร์มบูท คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ Cold boot กระบวนการเริ่มใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อีกครั้งหลังจากที่ปิดไป
Warm bootหมายถึง การสั่งให้เครื่องเริ่มปฏิบัติการใหม่โดยที่ไม่ปิดสวิตช์ดับไฟที่เครื่องก่อน มักจะใช้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดบางประการ จนทำให้เครื่องค้างหรือหยุดการปฏิบัติงานไปเลย (hang) จึงต้องเริ่มเครื่องใหม่
แตกต่างกันอย่างไร - โคลด์บู๊ต (Cold boot) เป็นการบู๊ตเครื่องที่อาศัยการทำงานของฮาร์ดแวร์ โดยการกดปุ่มเปิดเครื่อง (Power On)
- วอร์มบู๊ต (Warm boot) เป็นการบู๊ตเครื่องโดยทำให้เกิดกระบวนการบู๊ตใหม่หรือที่เรียกว่า การรีสตาร์ทเครื่อง โดยมากจะใช้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์แฮกค์สามารถทำได้สามวิธี
- กดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง
- กดคีย์ Ctrl+Alt+Delete
- สั่งรีสตาร์ทเครื่องจากเมนูปฏิบัติการ
- วอร์มบู๊ต (Warm boot) เป็นการบู๊ตเครื่องโดยทำให้เกิดกระบวนการบู๊ตใหม่หรือที่เรียกว่า การรีสตาร์ทเครื่อง โดยมากจะใช้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์แฮกค์สามารถทำได้สามวิธี
- กดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง
- กดคีย์ Ctrl+Alt+Delete
- สั่งรีสตาร์ทเครื่องจากเมนูปฏิบัติการ
5.จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้
ตอบ freeware ฟรีแวร์ หมายถึงซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นและสามารถนำไปใช้ได้ในทุกจุดประสงค์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ฟรีแวร์นั้นคล้ายกับแชร์แวร์ (shareware) คือสามารถใช้ได้ทุกจุดประสงค์เหมือนกัน แต่แชร์แวร์อาจมีระยะเวลาทดลองใช้และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อต่ออายุ
- Sharewareแชร์แวร์ ) คือโปรแกรมที่ผู้เป็นเจ้าของแจกจ่ายให้ผู้ใช้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในลักษณะของการทดลองใช้งาน และมักมีการจำกัดความสามารถของโปรแกรมที่ใช้งานได้ ความสามารถที่ใช้งานได้ หรือ ระบบความสะดวกสบาย แชร์แวร์มักเปิดให้ดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ตผ่านทางหน้าเว็ป
- free software
เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ ปรับปรุง และกระจายใหม่อย่างอิสระด้วยข้อจำกัดเพียงประการเดียวคือ เวอร์ชันกระจายใหม่ใดๆของซอฟแวร์ต้องได้รับการกระจายด้วยศัพท์ดั้งเดิมของ ใช้ฟรี การปรับปรุง และการกระจาย
- Open Source Software
ซอฟต์แวร์ที่เปิดแผยหลักการหรือแหล่งที่มาของเทคโนโลยีของซอฟต์แวร์นั้นให้บุคคลภายนอกได้ใช้ ภายใต้เงื่อนไขบางประการที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทำการแก้ไข ดัดแปลงและเผยแพร่ซอร์สโค้ดได้ ภายใต้เงื่อนไขทางข้อตกลงทางกฎหมาย เช่น สัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปของกนู (จีพีแอล) และสัญญาอนุญาตแจกจ่ายซอฟต์แวร์ของเบิร์กลีย์ (บีเอสดี) ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ เพิร์ล ไฟร์ฟอกซ์ ลินุกซ์ อะแพชี เว็บเซิร์ฟเวอร์
6. ยกตัวอย่างโปรแกรมประยุกต์ด้านกราฟิกมา ; โปรแกรมพร้อมอธิบายถึงลักษณะการทำงานอย่างละเอียด
ตอบ
| |||||||||||||
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น